













วันที่ 3 ธันวาคม 2568 นายกุลพัชร ภูมิใจอวด ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน พร้อมด้วยผู้บริหาร “ธนาคารที่ดิน” รับทราบผลการศึกษาโครงการประเมินความคุ้มค่าโครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ ห้องประชุมชั้น 10 อาคารเบญจสิริ เขตพญาไท กรุงเทพฯ
สำหรับแนวทางและวิธีการทำงาน 1.เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เกษตรกรกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 60 ที่เข้าร่วมโครงการ 12 พื้นที่ 2.ประชุมกลุ่มย่อยกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อศึกษามูลค่าความเต็มใจที่จะจ่าย (Willingness to pay) 3.เก็บข้อมูลใน 3 มิติที่สำคัญ คือ ประสิทธิภาพ (Efficiency) ประสิทธิผล (Effectiveness) และผลกระทบ (Impact)
โดยการประเมินความคุ้มค่า ด้วยการวัดมูลค่าปัจจุบันของผลประโยชน์รวมสุทธิ (PVB), อัตราผลตอบแทนต่อทุน (BCR), อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR), อัตราผลตอบแทนทางสังคม (SROI) ของสมาชิกเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ พบว่า การดำเนินโครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ผลการดำเนินงานโดยผลการประเมินความคุ้มค่าโครงการฯ ในภาพรวมแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการบรรลุวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ในระดับ “มากที่สุด” และมีความคุ้มค่าต่อการลงทุน ดังนี้
ด้านประสิทธิภาพ
การบริหารจัดการต้นทุน พบว่า
-การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปตามแผนและเกิดประโยชน์ โดยมีอัตราการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเกินกว่าร้อยละ 60 ของเป้าหมายที่กำหนดไว้ สะท้อนถึงการใช้ทรัพยากร บุคลากร และงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-การลดภาระค่าใช้จ่าย โครงการฯ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการจัดหาที่ดินทำกินของเกษตรกรแต่ละรายได้อย่างชัดเจน ตามค่าเฉลี่ยราคาตลาดทั่วไป เกษตรกรอาจต้องใช้เงินมากกว่าหนึ่งล้าน บาท ในการซื้อที่ดิน ทำให้เกิดความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับต้นทุนต่อผลประโยชน์ที่ได้รับ
ด้านประสิทธิผล
มูลค่าปัจจุบันของประโยชน์รวมสุทธิของโครงการฯ เท่ากับ 185,472,049.25 บาท คิดเป็นผลตอบแทนต่อต้นทุน (BCR) ได้เท่ากับ 1.59 เท่า มีอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ร้อยละ 17.81 และสัดส่วนผลตอบแทนทางสังคม (SROI) เป็น 1:1.59 ซึ่งเมื่อพิจารณาจากมูลค่าปัจจุบันของประโยชน์รวมสุทธิและอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ที่มีค่าเป็นบวก
ผลตอบแทนต่อต้นทุน (BCR) และสัดส่วนผลตอบแทนทางสังคม (SROI) มีค่ามากกว่า 1
สรุปได้ว่าการดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 – 2567 มีความคุ้มค่าในการลงทุน โดยการลงทุน 1 บาท สร้างประโยชน์ตอบแทนได้มูลค่า 1.59 บาท ซึ่งเมื่อนำข้อมูลมูลค่าผลประโยชน์ในปัจจุบันประมาณการณ์มูลค่าในอนาคต 10 ปี พบว่า ในปี 2577 จะมีอัตราผลตอบแทนต่อปีที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุน (IRR) ร้อยละ 29.60 และ SROI เท่ากับ 1: 3.87
ผลกระทบทางสังคม
– การเข้าถึงที่ดินทำกินดีขึ้น แก้ปัญหาการขาดแคลนที่ดิน สร้างความมั่นคงด้านที่ดินอย่างเป็นรูปธรรม
– คุณภาพชีวิตดีขึ้น จากความมั่นคงในชีวิตและจิตใจ เมื่อมีที่ดินเป็นของตนเอง
– เพิ่มกำลังใจในการประกอบอาชีพ ไม่ต้องรับภาระดอกเบี้ยสูง เกิดแรงจูงใจในการทำงาน
– ชุมชนเข้มแข็งขึ้น จากการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อเนื่อง และพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก
ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม
ด้วยนโยบายของ “ธนาคารที่ดิน” ที่ต้องการให้วิสาหกิจชุมชนมีการทำการเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มุ่งเน้นการทำเกษตรแบบปลอดภัย รวมทั้งการส่งเสริมให้มีการรับรองแปลงเกษตรอินทรีย์ และการทำเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP) ปัจจุบันมีสมาชิกหลายรายได้รับการรับรองมาตรฐาน ช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เกษตรกร และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี









