ธนาคารที่ดิน มอบสิทธิมอบสุขในที่ดินทำกิน พร้อมอบรม “มีที่ทำกิน มีกิน มีใช้ รายได้ยั่งยืน” ให้แก่วสช.เกษตรกรขามใหญ่ และวสช.เกษตรพอเพียงตำบลจิกเทิง จ.อุบลราชธานี พร้อมฝึกอบรมหลักสูตรมีที่ทำกิน มีกิน มีใช้ รายได้ยั่งยืน ครั้งที่ 3 โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมจาก วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรขามใหญ่ ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี พื้นที่ 45 ไร่เศษ สมาชิก 15 ครัวเรือน และวิสาหกิจชุมชนเกษตรพอเพียงตำบลจิกเทิง ต.จิกเทิง อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี พื้นที่ 92 ไร่เศษ สมาชิก 32 ครัวเรือน






















พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า โมเดล “มีที่ทำกิน มีกิน มีใช้ รายได้ยั่งยืน” หมายถึงการทำเกษตรที่ไม่เพียงแต่สร้างผลผลิตและรายได้ในปัจจุบันแต่ยังคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติระยะยาว การใช้ปุ๋ยและยาอย่างเหมาะสม การอนุรักษ์ดิน น้ำ การส่งเสริมอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย
“โมเดล มีที่ทำกิน มีกิน มีใช้ รายได้ ยั่งยืน จึงเข้ามาเติมเต็ม และชี้แนะแนวทางการใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างชาญฉลาด และรอบด้าน โมเดลนี้มิได้มุ่งเพียงการผลิตเพื่อบริโภคเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้ที่มั่นคงการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างองค์รวม จึงเป็นสิ่งที่พี่น้องจะได้เรียนรู้ และนำไปปฏิบัติเพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของพื้นดินของเราไว้ให้ลูกหลานได้ใช้ประโยชน์สืบต่อไป” พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าว
นายกุลพัชร ภูมิใจอวด ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน กล่าวว่า ธนาคารที่ดิน ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพพี่น้องเกษตรกร ในปีงบประมาณ 2568 ธนาคารที่ดิน จัดอบรมหลักสูตร “มีที่ทำกิน มีกิน มีใช้ รายได้ยั่งยืน” เป็นครั้งที่ 3 ผู้เข้าร่วมอบรมล้วนมีความตั้งใจจริงและต้องการเรียนเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนำไปปรับใช้ในการพัฒนาพื้นที่ทำกินและพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง และครอบครัว
“ผมมีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าการฝึกอบรมเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการจุดประกายความคิดสร้างความเข้าใจและเสริมสร้างองค์ความรู้ในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้กับวิสาหกิจชุมชนทั้ง 2 แห่งอย่างลึกซึ้งเพื่อให้ทุกท่านสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่เกษตรของตนเองให้มีความอุดมสมบูรณ์สร้างผลผลิตที่มีคุณภาพและดำเนินชีวิตตามแนวทาง ความพอประมาณว่ามีเหตุและสร้างภูมิคุ้มกันอันจะนำไปสู่ความมั่นคงและความยั่งยืนต่อไป”นายกุลพัชร กล่าว
จากนั้น เป็นการบรรยายในหัวข้อ “การสร้างขวัญกำลังใจและการอยู่ร่วมกัน” โดย พล.อ.สัมพันธ์ ธัญพืช ประธานอนุกรรมการบริหารจัดการที่ดิน และการบรรยายหัวข้อ “ปัญหาที่ดินของประเทศไทยและความเป็นมาของธนาคารที่ดิน” โดย คุณประยงค์ ดอกลำใย ที่ปรึกษาบอร์ดธนาคารที่ดิน การบรรยายหัวข้อ “พืชเศรษฐกิจสร้างรายได้” โดยคุณเสถียร ทองสวัสดิ์ อนุกรรมการบริหารจัดการที่ดิน
สำหรับการอบรมในครั้งนี้ หน่วยงานราชการและผู้แทนหัวหน้าหน่วยราชการ 11 ท่าน เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน มอบสิทธิมอบสุขในที่ดินทำกิน อาทิเช่น ร.ต.สรมงคล มงคละสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายมวลชน กัลป์ตินันท์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี
ระหว่างวันที่ 9 – 11 มิถุนายน 2568 ธนาคารที่ดิน จัดการฝึกอบรมหลักสูตรมีที่ทำกิน มีกิน มีใช้ รายได้ยั่งยืน ครั้งที่ 3 ให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรขามใหญ่ ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ที่ได้รับการจัดสรรที่ดินในพื้นที่ 45 ไร่เศษ สมาชิก 15 ครัวเรือน และวิสาหกิจชุมชนเกษตรพอเพียงตำบลจิกเทิง ต.จิกเทิง อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี ที่ได้รับการจัดสรรที่ดินพื้นที่ 92 ไร่เศษ สมาชิก 32 ครัวเรือน ภายใต้โครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน
นาวสาวเครือวัลย์ จำปาเงิน ผู้อำนวยการกองส่งเสริมพัฒนาชุมชนและเครือข่าย ประธานในพิธีปิดการฝึกอบรม กล่าวว่า หลังจากที่ บจธ. ได้ทำสัญญาเช่าที่ดินกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทั้ง 2 พื้นที่ การให้ความรู้แก่พี่น้องเกษตรกรก่อนที่เขาจะพี่น้องเกษตรกรจะลงไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของตนเองนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ การได้รู้จักการวางแผนการออกแบบพื้นที่ การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์ การนำนวัตกรรมมาใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่เป็นสิ่งที่สำคัญ การสร้างความสามัคคีในกลุ่ม เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร สร้างรายได้ที่มั่นคง ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างองค์รวม เป็นสิ่งที่พี่น้องจะได้เรียนรู้ และนำไปปฏิบัติ โดยพี่น้องเกษตรกรที่สำเร็จการฝึกอบรมหลักสูตร และได้รับเกียรติบัตรในวันนี้ จะเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าพี่น้องเกษตรกรในชุดนี้จะสามารถนำความรู้ไปพัฒนาแปลงของตนเองได้อย่างมีประสิทธฺภาพ รักษาที่ดินผืนนี้ไว้ให้ลูกหลานได้ใช้ประโยชน์สืบต่อไป
สำหรับการอบรมในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จาก ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี เป็นศูนย์ฯ ที่มีฐานการเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์ให้แก่ผู้ที่สนใจ อาทิ ฐานเรียนรู้เรื่องการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตมาใช้ในการเกษตร การทำปุ๋ยชีวภาพบำรุงดิน การบริหารจัดการน้ำ นวัตกรรมการเผาถ่านไร้ควัน การรักษาป่า รวมถึงการออกแบบวางแผนการบริหารจัดการพื้นที่ การออกแบบตามสภาพภูมิสังคม ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา โมเดล เป็นต้น สำหรับคนที่สนใจ ติดต่อได้ที่ทำการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี
จำนวนผู้เข้าชม : 408








