ผู้อำนวยการธนาคารที่ดิน ประชุมมอบหมายหน่วยงานในระดับกอง/ศูนย์ ดำเนินการตามเกณฑ์ประเมินองค์กรคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ตั้งเป้าเป็น “องค์กรคุณธรรม”
วันที่ 29 มกราคม 2568 นายกุลพัชร ภูมิใจอวด ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) จัดประชุมทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่องค์กรคุณธรรม “ธนาคารที่ดิน จะต้องก้าวไปสู่หน่วยงานสีขาว องค์กรคุณธรรม ปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ภายใต้การปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม”
สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. มีภารกิจผลักดันการจัดตั้งธนาคารที่ดิน การบริหารจัดการที่ดิน ป้องกันการสูญเสียสิทธิ การกระจายการถือครองที่ดินให้กับเกษตรกรและผู้ยากจนให้มีที่ดินทำกินเพื่อสร้างความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ในฐานะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่และลูกจ้างของ บจธ. ทำงานที่เกี่ยวกับเรื่องที่ดิน ได้ตระหนักถึงการพัฒนาและส่งเสริมองค์กรคุณธรรมเป็นอย่างมาก
คณะรัฐมนตรีได้ประกาศใช้แผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางของยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 โดยแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) นี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนการส่งเสริมคุณธรรมให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อให้ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยการถ่ายทอดเป้าหมายและตัวชี้วัดของ “แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ” ทั้ง 4 ประเด็น คือ
ประเด็นที่ 10 การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม
ประเด็นที่ 11 การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์เป็นหลัก
ประเด็นที่ 15 พลังทางสังคมภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม และ
ประเด็นที่ 21 การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ
แผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติระยะที่2 (พ.ศ. 2566 – 2570)เป็นเครื่องมือในการแปลงแนวทางการพัฒนาของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติผลักดันไปสู่การปฏิบัติและบริหารการดำเนินงานให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายภายกรอบระยะเวลาที่กำหนด และเป็นเครื่องมือในการพลิกโฉมสังคมไทย ด้วยการส่งเสริมให้เกิดกระบวนการทางสังคม 3 กระบวนการ ได้แก่ กระบวนการบ่มเพาะจิตใจในทุกช่วงวัยของมนุษย์ด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพคนและองค์กรเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมคุณธรรม กระบวนการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีพฤติกรรมหรือการแสดงออกที่สะท้อนการมีคุณธรรมในระดับบุคคล
จากการปรับเปลี่ยนวิธีคิด กรอบคิด หรือค่านิยม และกระบวนการพัฒนาระบบเสริมสร้างขีดความสามารถของกลไกเพื่อการขับเคลื่อนและส่งเสริมคุณธรรม ได้กำหนดเป็นวัตถุประสงค์ดังนี้
1. เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมคุณธรรม การทำความดีที่เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย
2. เพื่อให้ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะภาครัฐ พัฒนาระบบและการเสริมสร้างขีดความสามารถของกลไกเพื่อขับเคลื่อนและส่งเสริมคุณธรรม
3. เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพคนและองค์กรเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมคุณธรรม
แผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2(พ.ศ. 2566 – 2570) ยังได้กำหนดคุณธรรมที่พึงประสงค์สำหรับสังคมไทย 5 ประการได้แก่ “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู” เพื่อนำสู่การเป็นคนดี มีคุณธรรมและเป็น “มนุษย์ที่สมบูรณ์” น้อมนำาหลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และรักษาสืบสานวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม ซึ่งเป็นหลักคิดในการดำรงชีวิตและการพัฒนาคุณธรรมให้ปรากฏชัดเป็นรูปธรรมในสังคม
“พอเพียง” ดำรงชีวิตอย่างพอประมาณ ไม่โลภ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น สังคมและสิ่งแวดล้อม มีเหตุผลใช้ความรู้อย่างรอบคอบและรอบด้านและสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อให้สามารถรอดพ้นจากวิกฤตภัยต่างๆได้
“วินัย” ปฏิบัติตนตามกติกาจรรยาบรรณวิชาชีพขององค์กรและสังคมตามหน้าที่พลเมืองดีและเคารพกฎหมาย ตลอดจนป้องกันและรับผิดชอบผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
“สุจริต” มีความซื่อสัตย์ซื่อตรง ยึดมั่น ยืนหยัดในการรักษาความจริงความถูกต้องและเป็นธรรม ไม่สนับสนุน ไม่ร่วมมือไม่ยินยอมพร้อมต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ
“จิตอาสา” การให้และเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อส่วนรวม ช่วยเหลือเกื้อกูลต่อสรรพสิ่งทั้งหลาย เพื่อประโยชน์สุขแก่พวกเขาเหล่านั้นและของสังคม
“กตัญญู” สำนึกรู้คุณและแสดงออกถึงความกตัญญูต่อแผ่นดินเกิด ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม สถาบันองค์กร และผู้มีพระคุณ นับตั้งแต่ บิดา มารดาญาติผู้ใหญ่ ครูอาจารย์ เป็นต้น ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของอาจเป็นการกระทำหรือความจริงใจ บนหลักพื้นฐานของความถูกต้องดีงาม
โดยกระบวนการในการพัฒนาคุณธรรม แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับส่งเสริมคุณธรรม ระดับพัฒนาคุณธรรม และระดับคุณธรรมต้นแบบ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ที่เอื้อต่อการส่งเสริมคุณธรรม การเปลี่ยนแปลงในเชิงพฤติกรรมของประชาชนจนเป็นที่ประจักษ์เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายหลักของแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) คือ “คนไทยมีพฤติกรรมที่สะท้อนการมีคุณธรรมเพิ่มขึ้น มุ่งสู่สังคมคุณธรรมที่คนไทยอยู่ร่วมกันด้วยความสมานฉันท์ภายใต้หลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงามและประเทศไทยปลอดทุจริตและประพฤติมิชอบ”


















